"ดราม่าถอดเสื้อเล่นคอนเสิร์ตวันแม่ ก็ขอโทษทุกคนด้วยครับ ก็ไม่ได้ตั้งใจ ไม่รู้ว่ามันจะเป็นเรื่อง วันนั้นคนเยอะมากเราก็สแตนบายข้างเวทีคนหลายพัน พอเปิดตัวไปโฟกัสของเราก็อยู่ที่คนดูแล้ว เราก็ไม่ทันได้มองครับ ต้องขอโทษที่ทำให้หลายคนรู้สึกไม่ดี ต่อไปผมจะระวังให้มากขึ้น แต่ถ้าถามถึงความรักต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ผมรักมาก เพียงแต่วันนั้นโฟกัสผมอยู่กับคนดูหลายคน เราก็สนุกอยากให้คนดูมีความสุข ขอโทษด้วยที่ไม่ทันได้มองข้างหลังด้วยซ้ำว่าหลังเวทีเป็นรูปอะไร เพราะระหว่างทางที่เดินเปิดตัวไปคนเต็มไปหมด ถ่ายรูปตลอด การ์ดก็ต้องกัน ขึ้นไปบนเวทีเราก็อยู่กับเพลงกับคนดู ต้องขอโทษด้วยครับ ตอนแรกก็งงมากว่าทำไมเป็นประเด็นได้"
"ถ้าเป็นข่าวแบบนี้ผู้ใหญ่เรียกคุยก็ได้ครับ แต่ไม่มีโทรมา ถ้าจะเรียกคงเรียกไป ตอนนี้ยังไม่ได้เรียกไปครับ ถ้าจะตักเตือนผมก็ขอโทษครับ ผมผิดเอง ผมจะระวังให้มากกว่านี้นะครับ ผมไม่คิดจริงๆ ว่าจะเป็นเรื่อง ผมไม่เครียดนะ แต่ผมก็ไม่อยากเป็นคนไม่ดีในสังคมหรอกครับ ผมไม่ได้มีเจตนาไม่ดีเลย ผมเล่นคอนเสิร์ต สิ่งที่ผมต้องให้ความสำคัญมากที่สุดคือความสุขของคนที่มายืนรอผมเป็นชั่วโมงๆ มากันหลายพันคน ผมอยากให้เค้ามีความสุขที่สุดทุกวินาทีที่ผมอยู่บนเวทีคอนเสิร์ต"
"บั่นทอนมั้ยเหรอ สำหรับผมไม่เป็นไรครับ ผมรักพวกเค้า ผมดีใจที่คนดูมีความสุข แต่ในเรื่องของโลกโซเชียล ผมควบคุมอะไรไม่ได้ ไม่ได้เข้าไปอ่าน ก็มีคนมาบอก ทราบจากข่าวด้วย ในไอจีทวิตเตอร์หลายคนก็พูดถึง เรารู้ว่าเราคิดอะไร รู้สึกอะไร และกำลังทำอะไรอยู่ บางทีถ้าผมต้องอ่านทุกคอมเม้นท์ ผมเอาเวลาตรงนั้นไปพัฒนาตัวเอง ไปทำงานดีกว่าและงานก็ยุ่งอยู่แล้ว ไม่มีประโยชน์ว่าต้องอ่านว่าใครด่าผมยังไง ชมผมว่ายังไง เรารู้ว่าเรารักใครและกำลังทำเพื่ออะไรก็พอแล้วครับ จะเลิกถอดเสื้อเลยมั้ยก็ไม่เกี่ยวกันครับ ผมคงต้องระวังมากขึ้น แต่เราเป็นวงร็อคดนตรีก็มันส์ คนดูก็สนุก ถ้าจะให้ผมต้องมาเสียตัวตน เอาเป็นว่าเราคอยระวังดีกว่าครับว่างานนั้นเป็นยังไง ไม่ขอฝากอะไรถึงกระแสดราม่า เพราะอะไรก็ตามที่ทำให้เค้ารู้สึกไม่ดี ผมขอโทษ ผมก็รักเหมือนกันครับ"
"สำหรับเรื่องเมกัสไม่ต้องจับตามองกันหรอก อันนี้ก็เป็นเรื่องที่คนอื่นเค้าสนใจนะ เป็นเรื่องที่คนอื่นพูดถึงเรา เเต่ผมว่ามันก็เป็นธรรมชาติ ถ้าเมื่อไหร่ที่ผมมีเเฟน เดี๋ยวผมบอกเอง ไม่ต้องมาจับผิดผม เรารู้จักกันครับ กำลังคุยกันครับ เป็นเรื่องธรรมชาติมาก คนทุกคนทำงานอายุขนาดนี้มีคนคุยบ้าง มีคนไปกินข้าวดูหนัง ผมว่ามันคงไม่ผิดอะไรมั้ง ผมรู้ว่าอยู่ในวงการนี้ เเต่ผมก็อยากจะใช้ชีวิตให้เป็นคนธรรมดาให้มากที่สุด เเต่ผมเข้าใจที่หลายๆ คนจับตามองกับเรื่องชีวิตส่วนตัวอันนี้ผมเข้าใจได้ แต่มันไม่ได้เป็นสิ่งที่ผมอยากให้คนมาโฟกัสว่าโตโน่จะคบใคร โตโน่จะมีเเฟนเป็นคนไหน เพราะว่าทุกครั้งไม่ใช่แค่ข่าวล่าสุด ทุกๆ ข่าวที่ผ่านมาผู้หญิงได้รับผลกระทบหมดจากโซเชียล จากการตีความ จากคำพูดคน อยากให้มองเป็นเรื่องรอง"
"ยังไม่ใช่แฟนครับ สนิทที่สุดมั้ยก็เอาเป็นว่าผมพูดเท่านี้ก่อนดีกว่าครับ ถ้าเมื่อไหร่ที่มันใช่ เมื่อไหร่ที่มีเเฟน ผมว่าเรื่องพวกนี้มันต้องใช้ระยะเวลา ผมไม่ปิดอยู่เเล้ว เพราะผมก็อึดอัดถ้าต้องใช้ชีวิตแบบหลบๆ ซ่อนๆ ตอนนี้ขนาดเริ่มคุยกันเฉยๆ ก็เป็นข่าว ผมสงสารผู้หญิงนะ ดังนั้นถามผมเรื่องอื่นเถอะ กลัวอีกฝ่ายจะโดนผลกระทบ ผมไม่อยากให้ใครต้องมาทะเลาะกัน มาด่ากัน มันเป็นเรื่องปกติมากนะ ผมว่าเราพอเเค่นี้เถอะ"
"เรื่องที่คนจับผิดเสื้อเราที่อยู่ในรูปเค้า ในเวลาคนที่ให้ความสนใจในเรื่องเสื้อ เรื่องรถ เรื่องกางเกง เรื่องรองเท้า ในเรื่องทุกอย่าง ผมขอมีพื้นที่ของผมสักนิดนึง ในการที่ให้ผมได้ใช้ชีวิตเเบบมนุษย์ปกติบ้างสักนิดนึง อะไรที่ผมอยากตอบให้ผมตอบ อะไรที่ผมรู้สึกว่าตอบเเล้วไม่จบอย่าให้ผมพูดเลยนะ ตัวผมชินเเล้วครับ แต่ผมเป็นห่วงทุกคนที่เป็นข่าวกับผม ตัวเค้าเองก็เข้าใจได้นะครับ เพียงเเต่ว่าของพวกนี้ปล่อยให้เวลาเป็นตัวบอกเองดีกว่า ผมว่าพอเถอะ ผมไม่อยากพูดด้านลบเลย ถ้าเป็นเเบบนี้ต่อไปนะ เวลาผมเริ่มคุยกับใครเเล้วก็โดนด่าโดนว่า เเบบนี้อนาคตที่ผมจะมีเมียนี่ยากเลยนะครับ จริงๆ นะผมลำบากเลยนะ เเล้วไอ้เรื่องที่คนจะเข้ามาวิจารณ์ผมว่าไปถามเค้าดีกว่า อย่ามาถามผมเลย ผมว่าเค้าน่าจะรู้ดีกว่าผม" โตโน่ กล่าว

0 comments:
Post a Comment